ภาษาเชิงเปรียบเทียบ: ประเภท ตัวอย่าง และนิยาม

มาสคอตนกฮูกที่เป็นมิตรยืนอยู่หน้ากระดานดำ ล้อมรอบด้วยตัวอย่างภาษาเชิงเปรียบเทียบที่สนุกสนาน เช่น สายลมกระซิบและดวงดาวเต้นระบำ

ภาษาเชิงเปรียบเทียบ คือภาษาที่มีความหมายแตกต่างไปจากความหมายตรงตัวหรือความหมายตามพจนานุกรม แทนที่จะพูดสิ่งที่ตรงไปตรงมา ผู้เขียนกลับวาดภาพหรือสร้างความรู้สึกโดยการเปรียบเทียบ การกล่าวเกินจริง หรือการบิดเบือนคำในเชิงสร้างสรรค์ เมื่อคุณอ่านว่า "ดวงดาวเต้นระบำบนท้องฟ้า" ดวงดาวไม่ได้เต้นระบำจริงๆ นั่นคือการทำงานของภาษาเชิงเปรียบเทียบ ในหน้านี้คุณจะได้พบนิยามที่ชัดเจน ประเภทหลักของภาษาเชิงเปรียบเทียบพร้อมตัวอย่างง่ายๆ แบบฝึกหัด และแบบทดสอบเชิงโต้ตอบที่คุณสามารถระบุประเภทของกลวิธีทางภาษาได้ด้วยตัวเอง

ภาษาเชิงเปรียบเทียบคืออะไร?

ภาษาเชิงเปรียบเทียบใช้คำในลักษณะที่ก้าวข้ามความหมายตรงตัว เพื่อสร้างภาพ การเปรียบเทียบ หรือความรู้สึกที่รุนแรง สิ่งที่ตรงกันข้ามคือ ภาษาตรงตัว ซึ่งหมายถึงสิ่งที่พูดออกมาจริงๆ

  • ภาษาตรงตัว: นักวิ่งคนนั้นวิ่งเร็วมาก
  • ภาษาเชิงเปรียบเทียบ: นักวิ่งคนนั้นคือสายฟ้าแลบ

ทั้งสองประโยคบอกเราว่านักวิ่งคนนั้นวิ่งเร็ว แต่ประโยคเชิงเปรียบเทียบสร้างภาพที่ชัดเจนในใจของคุณ นักเขียนใช้ภาษาเชิงเปรียบเทียบ หรือที่เรียกว่า โวหารภาพพจน์ ในบทกวี เรื่องเล่า เพลง และแม้แต่การพูดคุยในชีวิตประจำวัน เพื่อให้คำพูดมีสีสัน น่าจดจำ และเต็มไปด้วยอารมณ์ เคล็ดลับในการทำความเข้าใจคือการถามว่า: สิ่งนี้เป็นจริงตามตัวอักษรหรือไม่ หรือผู้เขียนกำลังสร้างภาพขึ้นมา? ถ้ามันเป็นภาพ แสดงว่าคุณพบภาษาเชิงเปรียบเทียบแล้ว

ประเภทของภาษาเชิงเปรียบเทียบพร้อมตัวอย่าง

ภาษาเชิงเปรียบเทียบมีหลายประเภท แต่มี 7 ประเภทที่พบเห็นได้บ่อยในบทเรียน แต่ละประเภทมีการบิดเบือนคำในแบบของตัวเอง บางประเภทใช้เปรียบเทียบ บางประเภทกล่าวเกินจริง บางประเภทเลียนเสียง ตารางด้านล่างนี้เป็นข้อมูลอ้างอิงอย่างรวดเร็ว: กลวิธีทางภาษา หน้าที่ และตัวอย่างที่คุณสามารถจินตนาการภาพตามได้ เรียนรู้ที่จะจดจำทั้ง 7 ประเภทนี้แล้วคุณจะสามารถระบุโวหารภาพพจน์เกือบทุกประเภทได้

กลวิธีหน้าที่ตัวอย่าง
อุปมาเปรียบเทียบสองสิ่งโดยใช้คำว่า เหมือน หรือ ดั่งเธอใจดีเหมือนนางฟ้า
อุปลักษณ์กล่าวว่าสิ่งหนึ่ง คือ อีกสิ่งหนึ่ง โดยไม่มีคำว่า เหมือน หรือ ดั่งเวลาคือขโมย
บุคคลวัตให้การกระทำหรือความรู้สึกของมนุษย์แก่สิ่งที่ไม่ใช่มนุษย์สายลมกระซิบผ่านต้นไม้
อติพจน์การกล่าวเกินจริงอย่างชัดเจนเพื่อเน้นอารมณ์ฉันบอกเธอเป็นล้านครั้งแล้ว!
สำนวนวลีทั่วไปที่ความหมายไม่ตรงตามตัวอักษรฝนตกหนักเหมือนฟ้ารั่ว
สัทพจน์คำที่เลียนเสียงจากธรรมชาติเบคอนส่งเสียงฉ่าและดังเปรี๊ยะในกระทะ
สัมผัสอักษรการซ้ำเสียงพยัญชนะต้นเดียวกันในคำที่อยู่ใกล้กันส้มใสใส่เสื้อสีสวย

อุปมา vs อุปลักษณ์: ต่างกันอย่างไร?

อุปมาและอุปลักษณ์ เป็นสองประเภทที่นักเรียนสับสนมากที่สุด เพราะทั้งคู่เป็นการเปรียบเทียบ ความแตกต่างอยู่ที่เบาะแสเล็กๆ น้อยๆ: อุปมาจะใช้คำว่า เหมือน หรือ ดั่ง ในขณะที่อุปลักษณ์จะกล่าวว่าสิ่งหนึ่ง คือ อีกสิ่งหนึ่งโดยตรง

  • อุปมา: รอยยิ้มของเธอเหมือนแสงอาทิตย์ (ใช้คำว่า "เหมือน")
  • อุปลักษณ์: รอยยิ้มของเธอคือแสงอาทิตย์ (กล่าวว่ามัน คือ)

การทดสอบง่ายๆ: มองหาคำว่า เหมือน หรือ ดั่ง ถ้าการเปรียบเทียบใช้คำเหล่านี้ แสดงว่าเป็นอุปมา ถ้าเป็นการเปรียบเทียบโดยตรงโดยไม่มีคำว่า เหมือน หรือ ดั่ง แสดงว่าเป็นอุปลักษณ์

อุปมา (Simile) ใช้ like / as
เปรียบเทียบสิ่งหนึ่งกับอีกสิ่งหนึ่งโดยใช้คำว่า like หรือ as
แก้มของทารกนุ่ม as นุ่ม as กำมะหยี่
อุปลักษณ์ (Metaphor) ไม่ใช้ like / as
เปรียบเทียบโดยตรงว่าสิ่งหนึ่ง คือ อีกสิ่งหนึ่ง
แก้มของทารก คือ กำมะหยี่

อธิบายตัวอย่างภาษาเชิงเปรียบเทียบ

ตัวอย่างที่ 1. "นาฬิกาปลุกกรีดร้องใส่ฉันเมื่อเช้านี้"

ถาม: สิ่งนี้เป็นจริงตามตัวอักษรหรือไม่? นาฬิกาปลุกไม่สามารถกรีดร้องได้จริงๆ การกรีดร้องเป็นสิ่งที่คนทำ

ประเภท: บุคคลวัต เพราะการกระทำของมนุษย์ (กรีดร้อง) ถูกมอบให้กับวัตถุที่ไม่ใช่มนุษย์ (นาฬิกา)

ความหมาย: นาฬิกาปลุกส่งเสียงดังและน่าตกใจ บุคคลวัตทำให้ผู้อ่านรู้สึกถึงความรุนแรงของเสียงนั้น มากกว่าการพูดว่า "นาฬิกาปลุกเสียงดัง" เพียงอย่างเดียว

ตัวอย่างที่ 2. "พี่ชายของฉันกินเหมือนม้า"

ถาม: พี่ชายของฉันเป็นม้าจริงๆ หรือเปล่า? ไม่ใช่ — ประโยคนี้เปรียบเทียบเขากับม้า

ประเภท: อุปมา เพราะเปรียบเทียบสองสิ่งที่แตกต่างกันโดยใช้คำว่า เหมือน

ความหมาย: เขากินเยอะมาก เบาะแสคือคำว่า เหมือน: ถ้าประโยคพูดว่า "พี่ชายของฉันเป็นม้า" มันจะเป็น อุปลักษณ์ แทน คำคำเดียวนี้คือความแตกต่างทั้งหมดระหว่างสองประเภทนี้

ตัวอย่างที่ 3. "ฉันมีการบ้านกองเท่าภูเขาคืนนี้"

ถาม: มีภูเขากระดาษจริงๆ หรือเปล่า? ไม่ใช่ — นั่นคือการกล่าวเกินจริง

ประเภท: อติพจน์ เป็นการกล่าวเกินจริงอย่างรุนแรงเพื่อเน้นอารมณ์ (นอกจากนี้ยังเป็น อุปลักษณ์ เล็กน้อย เพราะการบ้านถูกเรียกว่า ภูเขา แต่การกล่าวเกินจริงคือประเด็นหลัก)

ความหมาย: มีการบ้านเยอะมาก อติพจน์แสดงความรู้สึกของผู้เขียนว่าภาระงานนั้นหนักหนาสาหัส ไม่ใช่ปริมาณที่แท้จริง

ข้อผิดพลาดทั่วไปเกี่ยวกับภาษาเชิงเปรียบเทียบ

  • สับสนระหว่างอุปมากับอุปลักษณ์เพราะทั้งคู่เป็นการเปรียบเทียบ

    ตรวจสอบคำว่า 'เหมือน' หรือ 'ดั่ง' อุปมาจะใช้คำเหล่านี้เสมอ (ใจดีเหมือนนางฟ้า) อุปลักษณ์จะเปรียบเทียบโดยตรงโดยไม่มีคำว่า 'เหมือน' หรือ 'ดั่ง' (เขาคือนางฟ้า)

  • อ่านภาษาเชิงเปรียบเทียบแบบตรงตัว เช่น คิดว่า 'ฝนตกเหมือนฟ้ารั่ว' หมายถึงสัตว์ตกลงมาจากฟ้า

    ถามว่าคำเหล่านั้นเป็นจริงตามตัวอักษรหรือไม่ ถ้าเป็นไปไม่ได้ (สัตว์ไม่ได้ตกลงมาจากฟ้าจริงๆ) ผู้เขียนกำลังใช้ภาษาเชิงเปรียบเทียบ ซึ่งในกรณีนี้คือสำนวนที่หมายถึงฝนตกหนักมาก

  • เรียกการเปรียบเทียบทุกอย่างว่าอุปลักษณ์ รวมถึงบุคคลวัตด้วย

    บุคคลวัตมีความเฉพาะเจาะจงกว่า: มันให้การกระทำหรือความรู้สึกของมนุษย์แก่สิ่งที่ไม่ใช่มนุษย์ (พระอาทิตย์ยิ้ม) หากสิ่งที่ไม่ใช่มนุษย์กำลังทำสิ่งที่ทำได้เฉพาะคนหรือสัตว์ นั่นคือบุคคลวัต ไม่ใช่อุปลักษณ์ธรรมดา

  • สับสนระหว่างสัมผัสอักษรกับสัทพจน์เพราะทั้งคู่เกี่ยวข้องกับเสียง

    สัมผัสอักษรซ้ำเสียงพยัญชนะต้นเดียวกันในคำที่อยู่ใกล้กัน (ส้มใสใส่เสื้อสีสวย) สัทพจน์เป็นคำเดี่ยวที่เลียนเสียงจริง (ฉ่า, เปรี๊ยะ, ตูม)

คำถามที่พบบ่อย

ภาษาเชิงเปรียบเทียบในคำง่ายๆ คืออะไร?

ภาษาเชิงเปรียบเทียบคือเมื่อคำมีความหมายมากกว่าความหมายตรงตัว แทนที่จะอธิบายบางอย่างแบบธรรมดา ผู้เขียนสร้างภาพหรือความรู้สึกโดยการเปรียบเทียบ กล่าวเกินจริง หรือเลียนเสียง เช่น การพูดว่า 'ดวงดาวเต้นระบำ' ทั้งที่มันแค่ส่องแสงระยิบระยับ

ประเภทหลักของภาษาเชิงเปรียบเทียบมีอะไรบ้าง?

ประเภทที่พบบ่อยที่สุด 7 ประเภทที่สอนในโรงเรียนคือ อุปมา, อุปลักษณ์, บุคคลวัต, อติพจน์, สำนวน, สัทพจน์ และสัมผัสอักษร อุปมาและอุปลักษณ์ใช้เปรียบเทียบ บุคคลวัตให้ลักษณะมนุษย์แก่วัตถุ อติพจน์กล่าวเกินจริง สำนวนเป็นวลีที่ไม่ตรงตัว สัทพจน์เลียนเสียง และสัมผัสอักษรซ้ำเสียงพยัญชนะต้น

ความแตกต่างระหว่างภาษาตรงตัวและภาษาเชิงเปรียบเทียบคืออะไร?

ภาษาตรงตัวหมายถึงสิ่งที่พูดออกมาจริงๆ: 'นักวิ่งคนนั้นวิ่งเร็ว' ภาษาเชิงเปรียบเทียบหมายถึงสิ่งที่มากกว่าคำพูด: 'นักวิ่งคนนั้นคือสายฟ้าแลบ' ทั้งคู่สื่อถึงแนวคิดเดียวกัน แต่ภาษาเชิงเปรียบเทียบสร้างภาพที่ชัดเจนแทนที่จะเป็นประโยคบอกเล่าธรรมดา

อุปมาเป็นประเภทหนึ่งของภาษาเชิงเปรียบเทียบหรือไม่?

ใช่ อุปมาเป็นหนึ่งในประเภทที่พบบ่อยที่สุดของภาษาเชิงเปรียบเทียบ มันเปรียบเทียบสองสิ่งที่แตกต่างกันโดยใช้คำว่า 'เหมือน' หรือ 'ดั่ง' เช่น 'ขยันเหมือนมด' หรือ 'ร้องเพลงเหมือนนางฟ้า'

ทำไมผู้เขียนถึงใช้ภาษาเชิงเปรียบเทียบ?

ผู้เขียนใช้ภาษาเชิงเปรียบเทียบเพื่อให้งานเขียนมีชีวิตชีวา น่าจดจำ และเต็มไปด้วยอารมณ์ อุปมาหรืออุปลักษณ์ที่เลือกมาอย่างดีช่วยให้ผู้อ่านเห็นภาพฉาก รู้สึกถึงอารมณ์ หรือเข้าใจแนวคิดในรูปแบบใหม่ที่คำตรงตัวธรรมดาไม่สามารถทำได้

ฉันจะระบุภาษาเชิงเปรียบเทียบในประโยคได้อย่างไร?

ถามคำถามเดียว: คำเหล่านั้นเป็นจริงตามตัวอักษรหรือไม่? ถ้าเป็นไปไม่ได้ (สายลมไม่สามารถกระซิบได้, กระเป๋าเป้ไม่สามารถหนักเป็นตันได้) ผู้เขียนกำลังใช้ภาษาเชิงเปรียบเทียบ จากนั้นให้จับคู่กับประเภท — มองหาคำว่า 'เหมือน/ดั่ง' (อุปมา), การเปรียบเทียบโดยตรงว่า 'คือ' (อุปลักษณ์), การกระทำของมนุษย์บนวัตถุ (บุคคลวัต), หรือการกล่าวเกินจริง (อติพจน์)

ยังมีคำถามอยู่ใช่ไหม? สนทนาต่อได้เลย

เนื้อหาอื่นๆ ในวิชานี้

4.92 18,437 คะแนน
ผู้ใช้ #4365351

ฉันชอบโปรแกรมแก้ไขข้อความบนรูปภาพมาก ผลลัพธ์ออกมาเป็นผลงานชิ้นเอกเลย

Web · พฤษภาคม 2026
ผู้ใช้ #4383661

ขอบคุณนะ ผลงานของ AI ทำให้ฉันประทับใจมาก สมบูรณ์แบบ!

Web · พฤษภาคม 2026
ผู้ใช้ #4279467

ฉันชอบมากเลย ถ้ามีสิทธิ์ใช้งานฟรีเพิ่มอีกสักหน่อยจะดีมาก

Google Play · พฤษภาคม 2026
ผู้ใช้ #4160129

เป็นแอปที่ยอดเยี่ยมและราคาจับต้องได้

Web · พฤษภาคม 2026
คัดลอกข้อความแล้ว
เสร็จสิ้น
ข้อผิดพลาด